個人檔案Ti_nos Now Available!!相片部落格清單更多 工具 說明

氣象

載入中

Ti_nos Now Available!!

第 1 張 / 共 8 張
6月9日

เสี่ยตกอับ (รีเทิร์น)

ข้อความต่อไปนี้ เกี่ยวข้องกับ ข้อความในวันที่ 5 สิงหาคม 2549
เหยียบๆ 3 ปี ผ่านไป มันกลับมาแล้ว "เสี่ยตกอับ"

2-3 วันมานี้ใช้ตังค์เยอะมาก

ไหนจะค่า บาปกรรมที่ได้ทำไว้ เน็ตเอย มือถือเอย
ขบวนการไร้พุงนี่ก็ เสียไม่ใช่ย่อย...
ไหนจะกินเหล้า อีก โอ่สาระพัด

วันนั้นเดินอยู่ดีๆ ก็มี นักยุ มันแม่งมายุ อย่างเดียว อ่ะ ก็ได้ กล้องไป อีกอัน
วันนี้ ไปหาหมอ ไปให้เค้ารีดไถไปอีก เกือบ 2 พัน
สรุปผลดังนี้ ความดันก็ดีนะ ปัสสาวะก็ดีนะ คลื่นหัวใจก็ดีนะ ปอดก็โอเค....
เอ๊ะ!!! แต่ค่าตับ มันเกินมาหน่อยนะ เลือดข้นไปหน่อย

จริงๆ แล้วไม่ต้องมาตรวจก็ได้ กินเหล้า สูบบุหรี่ มันก็ได้ค่าอย่างงี้แหละ
(แปลว่า มึงก็เป็นคนปกตินี่แหละ ถ้าไม่กินเหล้า ก็ไม่เป็นอะไร)

เสียใจด้วยคุณหมอ เราจะยึดมั่นในอุดมการณ์

พรุ่งนี้ ลูกพี่กิ๊บ สั่งให้บ้านนอกเข้ากรุงด่วน
จำเป็นต้องเสียตังค่า ลอรีเอะ ไปตรากตรำ ทรมานตน ท่ามกลางชายฉกรรจ์อีกแล้ว


โอ๊ตสอนไว้ว่า "ความตายอย่าไปกลัวมันเลย ที่น่ากัวที่สุดคือความคิดของคนนี่แหละ"

อย่าไปคิดอะไรมากเกินจำเป็น และ อย่าไปคิดแทนคนอื่น มันเป็นไปไม่ได้
ปล่อยมันไปตามธรรมชาติ ชีวิตก็มีเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยคติประจำใจ จาก 3 ปีก่อน
"ใช้เงินนี่มันสนุกจริงๆ"
6月8日

ประตูอยู่ไหน!!!



ไม่ได้ลืม ใส่ประตูลงไปในแบบ หรือหาที่ลงไม่ได้ หรอก
แต่ แค่หาประตูไม่เจอ!

คือ ออกไปจากหัวใจเธอไม่ได้อะนะ...





แต๊เน่อ!!!
5月24日

หน้าร้อนนี้มีอะไร...

ไม่รู้..

หน้าร้อนจะอยู่ในช่วง มีนาคม - มิถุนายน ของทุกปี
ทำให้มีอุณหภูมิ เฉลี่ยสูงที่สุด
และน่าแปลกที่ หน้าร้อนจะมีพายุที่รุนแรงกว่าหน้าฝนซะอีก
เนื่องจาก
คุณ สมิต ธรรมสโรจน์
บอกว่า ลมเกิดจากการเคลื่อนที่ของอากาศ ที่เย็นกว่าไปสู่ อากาศที่ร้อนกว่า
และพายุก็เหมือนกันแต่ เป็นการเกิดที่รุนแรงกว่า
สาเหตุเพราะมีการพบกันระหว่างมวลอากาศเย็น กับ อากาศร้อนที่มีความชื่นสูงมาปะทะกัน
และทวีความรุนแรงด้วยปัจจัยหนุนจากการเพิ่มอัตรา ความเร็วเมื่อเกิดการปะทะ

แล้วหน้าร้อนปีนี้มีอะไร?
- ก็บอกว่าไม่รู้เอ๊ะ..!!

เริ่มต้นเดือนมีนา ไปอุตรดิตถ์ งานบวชปาเดย์
กลางเดือนเมษา ก็บวชซะเอง แถวๆบ้าน
พฤษภา เอจิ บวช ก็ไปที่ลำปาง

สรุปหน้าร้อนนี้มีแต่งานบวช..
งานบุญเหล้าเบีย เพียบ....



11月12日

ราชวงศ์หมิง

ราชวงศ์หมิง เป็นราชวงศ์ที่ปกครองประเทศจีน ระหว่าง พ.ศ. 1911 (ค.ศ. 1368) ถึง พ.ศ. 2187 (ค.ศ. 1644) เป็นเวลารวม 276 ปี โดยปกครองต่อจากราชวงศ์หยวนหรือพวกมองโกล และพ่ายแพ้ให้กับราชวงศ์ชิงของพวกแมนจูใน ภายหลังราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ที่รุ่งเรืองในด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ในยุคนี้มีการสำรวจทางทะเลอย่างกว้างขวาง ราชวงศ์หมิงในตอนต้น (1368 - 1464) ถือเป็นอาณาจักรที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้น

ยุคต้นราชวงศ์หมิงถึงยุคปลาย

เมื่อปี พ.ศ. 1911 จู หยวนจาง หรือจักรพรรดิหงหวู่ องค์ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ครองราชย์ที่เมืองนานกิง และได้สถาปนาราชวงศ์หมิงขึ้น 31ปีแห่งการครองอำนาจ จักรพรรดิหมิงไท่จู่ได้เสริมสร้างระบอบรวมศูนย์อำนาจรัฐเผด็จการแบบศักดินา ให้เข้มแข็งขึ้นอย่างสุดความสามารถ จักรพรรดิหมิงไท่จู่ประหารขุนนางผู้ มีคุณูปการ ฆ่าผู้คนที่มีความเห็นที่ไม่เหมือนพระองค์ เพิ่มอำนาจของจักรพรรดิให้มากขึ้น ปราบปรามอิทธิพลที่ต่อต้านพระองค์ หลังจากจักรพรรดิหมิงไท่จู่สวรรคตแล้ว จักรพรรดิเจี้ยนเหวินซึ่งเป็นพระราชนัดดาองค์หนึ่งได้ขึ้นครองราชย์ ต่อมาไม่นาน จูตี้ ผู้เป็นปิตุลาของจักรพรรดิเจี้ยนเหวินซึ่งเป็นได้ลุกขึ้นต่อสู้และโค่นอำนาจ รัฐของจักรพรรดิเจี้ยนเหวินลง จูตี้ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิหมิง เฉิงจู่หรือจักรพรรดิหย่งเล่อ ในปี พ.ศ. 1964 (ค.ศ. 1421) จักรพรรดิหย่งเล่อได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองหนานจิงไปยังกรุงปักกิ่ง

แม้รัฐบาลของราชวงศ์หมิงจะเสริมระบอบรวมศูนย์อำนาจรัฐให้มากขึ้นก็ตาม แต่มีจักรพรรดิหลายองค์ไม่ทรงพระปรีชาหรือไม่ก็ทรงพระเยาว์ ไม่สนพระทัยการบริหารประเทศ อำนาจจึงตกอยู่ในมือของเสนาบดีและขันที พวกเขาทุจริตคดโกงและขู่เข็ญรีดเอาเงิน ทำร้ายขุนนางที่ซื่อสัตย์ กิจการบริหารบ้านเมืองเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ความขัดแย้งในสังคมรุนแรง ช่วงกลางสมัยราชวงศ์หมิงจึงเกิดการลุกขึ้นต่อสู้ของชาวนาหลายครั้งหลายหนแต่ ถูกปราบปรามลงได้ในสมัยราชวงศ์หมิง เคยมีนักการเมืองที่มีชื่อเสียงชื่อจางจวีเจิ้ง สามารถคลี่คลายความขัดแย้งกันทางสังคมและกอบกู้การปกครองของราชวงศ์หมิงด้วย วิธีดำเนินการปฏิรูป เขาปรับปรุงระบบขุนนาง พัฒนาการเกษตร ซ่อมแซมแม่น้ำและคูคลอง และได้รวมภาษีอากรและการกะเกณฑ์บังคับต่างๆเป็นหนึ่งเดียวได้ช่วยลดภาระของ ประชาชนลงไปได้บ้างระดับหนึ่งในสมัยหมิง การเกษตรพัฒนามากขึ้นกว่ายุคก่อน การทอผ้าไหมและการผลิตเครื่องเคลือบดินเผามีความก้าวหน้ารุ่งเรือง การทำเหมืองเหล็ก การหล่อเครื่องทองเหลือง การผลิตกระดาษ การต่อเรือเป็นต้นก็มีการพัฒนาอย่างมาก การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างประเทศมีบ่อยครั้ง เจิ้งเหอซึ่งชาวไทยเรียกกันว่าซำเปากงได้นำกองเรือจีนไปเยือนเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกาทั้งหมดกว่า30ประเทศถึง 7 ครั้งตามลำดับ แต่หลังช่วงกลางราชวงศ์หมิงเป็นต้นมา จีนถูกการรุกรานจากหลายประเทศรวมทั้งญี่ปุ่น สเปน โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์เป็น ต้นช่วงปลายราชวงศ์หมิง สภาพการผูกขาดที่ดินรุนแรงมาก พระราชวงศ์และบรรดาเจ้านายที่ได้รับการแต่งตั้งมีที่ดินกระจายอยู่ทั่ว ประเทศ ภาษีอากรของรัฐบาลก็นับวันมากขึ้น ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นต่างๆของสังคมก็นับวันรุนแรงขึ้น มีเสนาบดีและขุนนางบางคนพยายามจะคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมให้เบาบางลง และเรียกร้องให้ยับยั้งสิทธิ พิเศษของเสนาบดีขันทีและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย เสนาบดีเหล่านี้เทียวบรรยายวิชาการและวิพากษ์วิจารณ์การเมืองจึงถูกเรียกกัน ว่าเป็น”พรรคตงหลินตั่ง” แต่แล้วพวกเขาก็ต้องถูกเสนาบดีขันทีและขุนนางที่มีอำนาจโจมตีและทำร้าย ซึ่งยิ่งทำให้สังคมวุ่นวายมากยิ่งขึ้นการต่อสู้ในชนบทก็ทวีความรุนแรงขึ้น ในปี พ.ศ. 2170 (ค.ศ. 1627) มณฑลส่านซีเกิดทุพภิกขภัย แต่ข้าราชการยังคงบีบบังคับให้ประชาชนจ่ายภาษี จนทำให้เกิดการลุกขึ้นต่อสู้ ประชาชนที่ประสบภัยเป็นพันเป็นหมื่นรวมตัวขึ้นเป็นกองทหารชาวนาหลายกลุ่ม หลายสาย ปี พ.ศ. 2187 (ค.ศ. 1644) กองทหารชาวนา นำโดยหลี่จื้อเฉิง บุกเข้าไปถึงกรุงปักกิ่ง จักรพรรดิฉงเจินซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิงต้องผูกพระศอสิ้นพระชนม์

1月9日

วัยรุ่น

วัยรุ่นจริงๆเลย
7月31日

เงียบกริ๊บ

เงียบกริ๊บ....
6月19日

โห๊ะ

โปรดติดตามตอนต่อไป.....